สาเหตุที่ทำเอนท์ทรี่นี้ เนื่องจากการที่เจ้าของบล๊อคกับเพื่อนๆที่ศึกษาประวัติศาสตร์ด้วยกันเห็นด้วยกันกับความคิดแบบสมัยใหม่ บางครั้งการอ่านประวัติศาสตร์แค่ผ่านๆหรืออ่านพงศาวดารเดิมๆใครๆก็อ่านได้ครับ แต่ในเรื่องของความเป็นจริงแล้ว ประวัติศาสตร์ทุกชนชาติ ล้วนแล้วแต่"ผ่านการปรุงแต่ง"มาแล้วเกือบทั้งนั้น ดังนั้นผมคิดว่าหากเราจะศึกษาประวัติศาสตร์ให้เข้าใจได้ดีกว่านี้ ลองหาพงศาวดารฉบับใหม่ๆอ่านดู หรือถ้าให้ดีตำราสมัยนี้มีการวิเคราะห์ประวัติศาสตร์ในแง่มุมที่หลากหลายขึ้น มีให้เลือกอ่านมากมาย ผมว่าน่าจะลองอ่านดูนะ เป็นความรู้ใหม่ๆที่ใช้ได้ดีทีเดียว
ความจริงผมก็ไม่ได้หลงใหลในตัวโอดะ โนบุนากะถึงขั้นเป็นแฟนคลับนะครับ แต่ผมรู้สึกว่า ชอบแนวคิดการทหารและการพัฒนาประเทศของเค้า อีกทั้งอุปนิสัยที่แสนจะเดายากของเจ้าตัวอีกด้วย หลายคนชอบว่า"โนบุนากะเป็นคนเลือดเย็นบ้างล่ะ โหดร้ายบ้างล่ะ ขายชาติบ้างล่ะ" ผมว่าลองอ่านให้ดีก่อนนะครับ เพราะถ้าคุณอ่านแบบวิเคราะห์ และ ทำความเข้าใจ และ ตั้งใจอ่าน ผมว่าเราน่าจะได้ข้อคิดอะไรดีๆมากกว่านี้
ส่วนที่ผมเสนอในเอ็นทรี่นี้ เป็นข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของโอดะ โนบุนากะครับ ซึ่งนับๆดูแล้วยาวเอาการ ตอนนี้ผมอยากนำเสนอในด้านนี้ให้ท่านอ่านดูก่อน ส่วนข้อมูลด้านอื่นๆ เช่นการทหาร การปกครอง และด้านเศรษฐกิจ ผมจะเรียบเรียงให้ในเอ็นทรี่ครั้งต่อๆไปครับ
อันนี้เป็นความรู้ที่ผมหาอ่านมาจากเว็บไซต์ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ต่างๆ+ความรู้ที่แชร์กับฟุเอ็น+ความช่วยเหลือด้านการแปลของเพื่อนครับ ลองอ่านเล่นๆดู คิดซะว่าอ่านเอาความรู้ใหม่ๆที่คุณไม่ค่อยเห็นในหน้าประวัติศาสตร์เดิมๆที่คุณเคยเห็นนะครับ....
(อันนี้เป็นการบรรยายตามสไตล์ผมนะครับ ใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะครับ)
![]()
ชีวิตวัยเด็กของ"โอดะ โนบุนากะ"
ตอนเด็กๆ โนบุนากะ มีชื่อเรียกว่า "คิปโปชิ" เกิดเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ปี 1534 ราศีกรกฎ เป็นบุตรคนที่ 2 ของโอดะ โนบุฮิเดะ (ซึ่งเจ้าตัวชอบเรียกว่า "ไอ้พ่อไม่รักดี") ได้ครองปราสาทนาโกย่าตั้งแต่ยังเด็ก เนื่องจากบิดาของเจ้าตัวเอาไปโยนแหมะเอาไว้ ซึ่งน่าแปลกมากสำหรับเด็กไม่กี่ขวบที่ต้องกลายเป็นเจ้าของปราสาท โนบุนากะไม่ได้รับการเลี้ยงดูจากบิดาเท่าไหร่ (จะว่าไปก็ไม่ค่อยเห็นหน้าด้วยซ้ำ)*แต่ได้รับการอบรมจากฮิราเตะ ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้คอยดูแล และเป็นอาจารย์เสียมากกว่า *โนบุนากะเป็นเด็กที่มีอุปนิสัยแปลกประหลาดกว่าชาวบ้าน คือ ชอบหนีออกจากปราสาทด้วยการปีนกำแพง ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้าตัวทำเป็นกิจวัตร(สงสัยไม่ชอบเข้าออกทางประตู) เพื่อไปเที่ยวเล่นนอกปราสาท แถมไม่ให้องค์รักษ์ติดตาม เนื่องจากเจ้าตัวนั้นรำคาญ ไม่ชอบให้ใครมาคอยคุม
โนบุนากะมีเพื่อนสนิทสมัยเด็กอยู่ 2 คน คนหนึ่งเป็นลูกพ่อค้าในตลาด อีกคนเป็นลูกคนจนในสลัม ทั้ง 3 คนนี้สนิทกันมาก ถึงขนาดว่าไปไหนไปกันตลอด นอกจากนี้โนบุนากะยังมีเพื่อนเป็นเด็กวัดอีกมากมายที่เคยวิ่งเล่นด้วยกัน ส่วนมากงานอดิเรกเวลาทำกับเพื่อนคือการไปเดินตลาด เล่นซ่อนหาในวัด และการขโมยลูกพลับชาวบ้าน(แสบแต่เด็กเลยนะท่าน) โนบุนากะไม่ชอบการคลุกคลีกับพวกคนชั้นเดียวกันหรือพวกคนชั้นสูง เพราะเจ้าตัวเกลียดการไปนั่งจีบปากจีบคอคุยเรื่องไร้สาระอย่างคนชั้นสูง หรือการนั่งนิ่งๆเป็นเวลานานๆ ถ้าคิดในแง่ขำๆคือ โนบุนากะเป็นต้นแบบของ"เด็กแนว"ในยุคนั้นๆเอง (ฮา)
เรื่องเล่าขำๆของโนบุนากะในวัยเด็กมีเยอะมากครับ เช่น ชอบโดดเรียนไปเที่ยวเล่นบ่อยๆ ชอบแต่งตัวประหลาดๆแหวกแนว+สีสันฉูดฉาด(บาดใจ)ไปเดินเตร่แถวตลาด ชอบร้องเพลงด้วยสำเนียงแปลกๆที่ชาวบ้านเค้าฟังไม่รู้เรื่อง และอีกจิปาถะที่เจ้าตัวเค้าจะสรรหามาทำเล่น จนคนเค้าตั้งฉายาให้เฮียแกว่า "ตัวตลกแห่งโอวาริ"
อันนี้เป็นประวัติส่วนตัวของเจ้าตัวเค้า ลองเอาไปอ่านกันเล่นๆดูนะครับhttp://www.geocities.com/azuchiwind/oda.htm?20083
งานอดิเรก
โนบุนากะเป็นคนมีความคิดด้านการออกแบบดีไซน์ที่เรียกได้ว่าเป็นคนไอเดียแจ่มก็ว่าได้ เนื่องจากเจ้าตัวเป็นคนทำอะไรไม่ชอบตามชาวบ้าน และมีความเป็นตัวของตัวเองสูง ดังนั้นเสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ หรือแม้กระทั่งตราประจำตระกูล จนไปถึงธงรบ เจ้าตัวก็เป็นคนออกแบบเองทั้งนั้น ซึ่งแต่ละแบบที่ออกมานั้น...ก็นะ...เรียกได้ว่านักออกแบบสมัยนี้น่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างบ้างก็ดีนะครับ โนบุนากะเป็นคนที่ชื่นชอบในงานศิลปะ การขับร้อง การร่ายรำ และการกีฬา เป็นงานอดิเรก ส่วนเรื่องของการงานนั้นเป็นคนที่ชอบจัดการทำงานเองแทบทุกอย่าง เพราะฉะนั้นจึงมีแค่ไม่กี่คนที่สามารถทำงานได้ถูกใจเจ้าตัวเค้าจริงๆ
ปลาตัวนี้เจ้าตัวเป็นคนปั้นขึ้นมา(เล่นๆ)เอง เป็นคนที่มีความสามารถในด้านงานศิลปะเรียกได้ว่าสูงเลยทีเดียว(ขนาดปั้นเล่นนะเนี้ย = =")
พัดอันโปรดของเจ้าตัวเค้า อยู่ข้างๆกายเจ้าตัวเค้ามาตลอด ทั้งตอนรบ และตอนเล่น(?)
เพลงโปรดของโนบุนากะคือ "อัสสึโมริ" ซึ่งมีเนื้อความถึงชีวิตและความตาย เป็นเพลงเต้นระบำในละครโนเรื่อง"โควะกะไม" มีบางส่วนที่แปลมาได้...อ่า....แบบว่า
อันนี้เป็นส่วนแรกๆที่เพื่อนช่วยแปลมาให้(จากภาษาญี่ปุ่น)
"ชีวิตคนเรานั้นสั้นนัก 50ปีก็ซี๊แหง ทุกอย่างเป็นเพียงภาพลวงตา คิดมากไปก็เท่านั้น...."
= =" ....... เพลงอะไรเนี้ย?
(ส่วนนี้ท่านคนอ่านสามารถปล่อยเบลอได้นะครับ 555 //เหงื่อแตก)
ของสะสม
โนบุนากะเป็นคนชอบเก็บของแปลกๆมากมาย ทั้งของเก่าหายาก ของใช้ประจำวัน จนไปถึงของชาวตะวันตก สิ่งที่โนบุนากะสะสมล้วนแล้วแต่เป็นของหายากเกือบทั้งนั้น โนบุนากะเป็นคนชอบเก็บของแปลกๆมาจากหลายๆที่ เก็บจากข้างทางมาบ้างก็มี ได้มาจากพ่อค้าบ้างก็มี ซึ่งของสะสมของโนบุนากะนั้นอยู่ในพิพิธภัณฑ์ที่นาโกย่า ถ้าใครมีโอกาสก็ลองไปดูกันนะคร๊าบ (ฮา) นิสัยที่น่ารัก(?)อีกอย่างของโนบุนากะคือเป็นคนที่ใช้ของอย่างรู้คุณค่า และประหยัดสุดโต่ง อีกทั้งยังเป็นคนที่รักษาของอีกด้วย
อันนี้เป็นของสะสมของเจ้าตัวเค้านะครับ
ไม้กางเขนที่ได้จากบาทหลวงท่านหนึ่ง ที่โนบุนากะเก็บไว้เพราะเห็นว่าเป็นของตะวันตกที่แปลกตา(สำหรับเจ้าตัว) เลยเก็บเอาไว้ลองศึกษาดูว่าเพราะอะไรชาวตะวันตกจึงได้ยึดสิ่งนี้เป็นสรณะ ไม่ได้หมายความว่าโนบุนากะเป็นคนนับถือศาสนาคริตส์อย่างที่คุณๆเข้าใจกันนะครับ เพียงแต่โนบุนากะเป็นคนที่ไม่ชอบบังคับคนในเรื่องของความเชื่อ ใครอยากนับถืออะไร เจ้าตัวเค้าไม่ว่าอยู่แล้ว ถ้าใครชอบด่าโนบุนากะว่าเป็นมารศาสนาพุทธก็ลองคิดให้ดีนะครับ เพราะถ้าคุณไปโพล่งเรื่องนี้กลางวงที่เค้ารู้จริงคุณอาจจะโดนหัวเราะเยาะหรือไม่ก็โดนตื้บเท่านั้นเอง(โทษฐานรู้ไม่จริง)
นาฬิกาแสนโปรดของเจ้าตัวเค้า ได้มาจากการค้าขายกับชาวตะวันตก อันนี้ของรักของหวงของเฮียแกเลยนะเนี้ย อันนี้ตั้งอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ที่นาโกย่าครับ
อีกอย่างที่ชื่นชอบคือการสะสมอาวุธ โดยเฉพาะที่กั้นดาบแบบต่างๆ ถึงเล่มเก่าจะหักหรือพังไป แต่เจ้าตัวก็มักจะเก็บที่กั้นดาบเอาไว้เสมอ(เก็บมันทุกอย่างจริง ๆ= =")
มาดูที่กั้นดาบของเฮียเค้ากันครับ
ของเหล่านี้ หาชมเพิ่มเติมได้ที่กิฟุ มิวเซี่ยม ครับผม (เก็บตังค์ไปกิฟุกันดีกว่าเนอะฟุเอ็น เหอๆๆๆๆ)
อันนี้เป็นดาบประจำตัว(เล่มโปรด)ของเจ้าตัวเค้า ดีไซน์เรียบๆ(เพราะเจ้าตัวเค้าเน้นเรียบๆ)ดูแปลกกว่าของชาวบ้านเค้าที่ออกแบบมาได้เริ่ดหรูมากมาย
ถ้าท่านคิดว่ามันแปลกกว่าชาวบ้านเค้ายังไง? เรามีของมาให้เปรียบเทียบเล่นๆครับ
อันนี้ของโฮโจครับ ....มาเป็นทองอร่ามเลยทีเดียว (ถ้าหายคงเสียดายแทน ทองทั้งนั้นเลยนะนั่น)
(เจ้าของบล๊อคเริ่มเล่นอะไรแผลงๆ)
เสื้อตัวโปรดของเจ้าตัวเค้าครับ ดีไซน์ออกมาได้แปลกดีแฮะ
เครื่องดนตรีของโนบุนากะ เยอะได้อีก.....
อันนี้แว่นตาครับ (นึกภาพตอนใส่ = =")
อันนี้ปืนครับ
แผนที่ของป๋าแก ตอนใช้วางแผนการรบ
ลายมือ (ไอ้เจ้าของบล๊อคนี่มันก็เอาทุกเรื่องแฮะ= =")
อยากบอกว่าโนบุนากะเป็นคนที่ทำอะไรตามใจฉันมาก ความจริงเป็นคนลายมือสวยครับ แต่ถ้าวันไหนบทจะขี้เกียจ พี่แกก็เขี่ยสุดฤทธิ์ เล่นหมดไม่เว้นแม่แต่หนังสือราชการ บทจะสวยก็สวยสุดเดช ตกลงเป็นคนแบบไหนกันแน่ครับ
อันนี้แบบสวยครับ ตัวเป็นตัว หางเป็นหาง
อันนี้แบบเขี่ย เขี่ยจริงๆ = ="
แปลกแต่จริง?
อันนี้เป็นของที่มีแค่ในกิฟุครับ คนกิฟุมีความผูกพันกับโนบุนากะมากเลยทีเดียว นอกจากจะมีสมาคมแฟนพันธุ์แท้ของโอดะ โนบุนากะแล้ว ยังมีการตั้งชื่อสิ่งของเป็นชื่อของป๋าแกอีกด้วย
มาดูกัน
อันนี้เค้าเรียกว่า"ตัวมอธโนบุนากะ"
อันนี้"กุหลาบโนบุนากะ"
แปลกแต่จริง....
วีรกรรม(พิเรนๆ)ที่กลายเป็นตำนานอันเลื่องชื่อ!!!
เรื่องนี้เกิดขึ้นที่กิฟุครับ ตอนนั้นป๋าโนบุนากะแกขี่ม้าไปเที่ยวเล่นแถวๆกิฟุ จนกระทั่งถึงแม่น้ำแห่งหนึ่ง ป๋าแกเห็นปลาอายุ(ตัวอ้วนๆ)ลอยล่อตาล่อใจให้เห็นกันจะๆเลยทีเดียว ป๋าแกเลยหันไปถามคนติดตามเบอร์ 1 ว่า"กินได้ไหม?" แต่คนติดตามบอกว่า ปลาอายุสำหรับคนแถวนี้ถือว่าเป็นลูกหลานของเทพเจ้า ห้ามกินเด็ดขาดเพราะถือว่าเป็นการลบหลู่เทพเจ้า แต่ในขณะที่คนติดตามกำลังอธิบาย(ยังไม่ทันจบ)อยู่นั้น พอหันกลับมาอีกที ก็เห็นป๋าแกกำลังนั่งย่างปลาอายุตัวนั้นแหละอยู่ เมื่อสุกได้ที่ ป๋าแกก็ยื่นปลาอายุย่างอีกไม้ที่ย่างสุกแล้วให้กับคนติดตาม และพูดว่า "กินไหม?" ส่วนคนติดตามนั้นก็ร้องสครีมลั่นแม่น้ำก็เลยทีเดียว.....
สุดท้าย ป๋าแกกับคนติดตามก็นั่งกินปลาอายุย่างกันเอร็ดอร่อยเลยทีเดียว (เอางี๊เลยนะท่าน= =")
พอเรื่องรู้ไปถึงหูชาวบ้านแถวนั้น ก็เลยพากันหวาดกลังว่าเจ้าเมืองโอวาริเล่นอะไรแผลงๆ(สมฉายา)เข้าเสียแล้ว ก็เลยพากันหวาดกลัวคำสาปต่างๆนาๆ แต่พอเวลาผ่านไปหลายวัน ป๋าโนบุนากะกับคนติดตามคนนั้นก็ยังสบายดีไม่มีอะไรเกิดขึ้น ชาวบ้านก็พากันสงสัย เลยลองไปเอาปลาอายุมากินบ้าง ปรากฎว่า ชาวบ้านแถวนั้นก็ซาบซึ้งในรสชาดความอร่อยของปลาอายุขึ้นมาทันที แลเพิ่งสำเหนียกได้ว่า ลูกหลานเทพเจ้าแห่งสายน้ำมันอร่อยอย่างนี้นี่เอง ชาวบ้านเลยนิยมกินปลาอายุอย่างแพร่หลาย และมีการเพาะพันธุ์มากขึ้น ตั้งแต่นั้นมา ปลาอายุจึงกลายเป็นของขึ้นชื่อของกิฟุไปโดยปริยาย....(ฮา)
ต่อมา(ที่เดิมครับ) ป๋าโนบุแกเริ่มเบื่อเมนูปลาอายุแบบเดิมๆครับ แกเลยเดินเข้าครัวเองและเอาปลาอายุมาแล่ๆ กินกับน้ำจิ้มและเครื่องเคียง ปรากฎว่าเกิดถูกใจเข้าอีก เลยกินน่าดู พวกข้ารับใช้เห็นเข้าก็พากันแปลกใจว่าท่านกินปลาดิบๆเข้าไปได้ยังไง? แค่เอามาแล่ๆก็กินซะแล้ว (สมัยนั้นการกินปลาดิบยังไม่เป็นที่นิยมครับผม) พวกข้ารับใช้ก็เลยลองเอาตามมั่ง ปรากฎว่าเกิดติดใจตามขึ้นมาอีก จนกระทั่งการกินปลาดิบก็แพร่ไปทั่วกิฟุ(อีกแล้ว)
จนถึงทุกวันนี้ ต้นกำเนิดของการกินปลาดิบของป๋าโนบุนากะแก ก็เลยกลายเป็นต้นแบบของเมนูสุดโปรดของชาวญี่ปุ่นที่ชื่อว่า"ซาซิมิ" นั่นแล.....
สมุนไพรที่ป๋าแกชอบเคี้ยวเล่นเป็นประจำเวลาไปเดินเล่นแถวกิฟุ เห็นว่ามันเย็นๆฉ่ำๆในปากดี (อาจจะเป็นต้นกำเนิดของหมากฝรั่งก็ได้เนาะ แฮะๆ)
ทั้งหมดที่รวบรวมมาในวันนี้ต้องขอขอบคุณเว็บไซต์ต่างๆอย่างมากครับ ที่ขาดไม่ได้ก็คือฟุเอ็น แฟนคลับโอดะ โนบุนากะ และเพื่อนกอลฟ์ ท่ช่วยหาข้อมูลเพิ่มเติมให้...ผมเองก็ยังไม่เชี่ยวชาญในด้านนี้ซะด้วยคงต้องอาศัยการฝึกฝนอีกยาวไกลน่าดู เอาเป็นว่านี่เป็นการนำเสนอมุมมองส่วนตัวของโอดะ โนบุนากะ ที่ท่านอาจจะยังไม่เคยเห็นมาก่อนกันนะครับ เอาไว้คราวหน้า เข้าโมดจริงจังกันบ้างนะครับ ถ้าเกิดสนใจเรื่องของโนบุนากะเพิ่มเติมก็ช่วยโหวตกันหน่อยนะครับ เพื่อเป็นการกระตุ้นไม่ให้เจ้าของบล๊อคลืม(ลืมมาหลายรอบแล้ว)555+
คราวหน้าจะนำเสนอในเรื่องที่บางคนยังไม่เข้าใจดี ทั้งเรื่องการเผาวัดบางที่ในญี่ปุ่น การปราบพวกอิคโค ติดตามเอ็นทรี่หน้าครับผม
///โดดดึ๋งๆไปเล่นซามูไรวอร์ริเออร์ อ้ะ!ล้อเล่นๆ
ป.ล.ส่วนที่เป็น * คือส่วนที่แก้ไขใหม่ครับ...ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
ป.ล. 2 ลืมเผา เอ๊ย!บอกไปว่า ของโปรดของโอดะ โนบุนากะ คือ ข้าวต้มลูกเกาลัด เค้กฟองน้ำ และไวน์แดง ครับผม
ป.ล.3 โอดะ โนบุนากะ ไม่ได้นับถือศาสนาคริสต์ครับ ย้ำ! ไม่ได้นับถือศาสนาคริสต์ครับ เพราะฉะนั้นคนที่เอาแต่กรอกหูผมปาวๆเรื่องนี้ก็เลิกเหอะครับ เพราะผมรู้หมดครับ ว่าใครนับถือศาสนาคริสต์บ้างในยุคเซ็นโกคุ = =*


