หายหัวไปนานครับ เนื่องจากติดภารกิจปราบเกรียน เอ้ย!การงานอยู่ ตอนนี้ก็เลยรีบมาอัพเรื่องที่คาใจผู้อ่านมานานให้จบๆซะที ตอนนี้ผมเองก็ยัดประวัติศาสตร์เข้าสมองเต็มๆหลายเรื่องเอาอยู่ จนตอนนี้เครื่องช๊อตเต็มที่แล้วครับ
.....
ตอนนี้ผมกำลังหาข้อมูลหลายๆเรื่องอยู่ครับ แต่ที่หาแบบเน้นๆก็มีเยอะเอาเรื่อง แถมได้เรื่องไม่เป็นเรื่องมาก็หลายเรื่อง (รู้สึกอย่างหลังจะได้เยอะกว่าอีก) เอาล่ะครับ พล่ามมานานมาเข้าเรื่องดีกว่า เรืองต่อไปนี้เป็นเรื่องที่ทุกท่านกำลังรอคอยอยู่ครับ....ทำใจซักนิดนะครับ เพราะคราวนี้ข้อมูลละเอียดมากๆ อาจจะมี2-3ตอนเลยทีเดียว
"โอดะ โนบุนากะ กับกรณีเผาวัดที่ภูเขาฮิเอ" (
)
หลายคนคงจะเคยได้ยินคดีนี้มานานหลายปีแล้ว และคดีนี้เองที่เป็นสาเหตุให้โอดะ โนบุนากะ ได้รับสมญานามว่า"จอมมาร" นั่นเอง...
อันที่จริง หลายๆคนเห็นการเผาวัดของโนบุนากะแล้ว ก็พากันคิดไปต่างๆนาๆว่า "โนบุนากะเป็นจอมมารจ้องจะทำลายศาสนาพุทธ" ถ้าในปัจจุบันนี้ ขอบอกว่าถ้าใครยังมีความคิดแบบนั้นอยู่แสดงว่าท่านเป็นคนล้าหลังเต็มทีแล้วครับ เนื่องจากการวิเคราะห์ประวัติศาสตร์ที่ลึกซึ้งและเข้าถึงกึ๋น..ของนักประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นและอีกหลายๆประเทศได้ลงความเห็นว่า"การกระทำนี้มีมูลเหตุอย่างแน่นอน" คนเราไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องมีเหตุผลเสมอครับ แม้กระทั่งคนโจโฉที่คนเค้าด่าว่าโจรปล้นราชสำนัก ผวว่าเค้าทำก็มีเหตุผลนะ ถ้าคิดในทางกลับกัน ถ้ายุคสมัยนั้นเกิดเรื่องดังต่อไปนี้ที่ผมเสนอมา คุณผู้อ่านลองคิดดูเล่นๆนะครับ
ป.ล.เนื้อหาอาจจะดูกวนๆไปบ้าง แต่ก็ยังอิงข้อมูลเหมือนเดิมครับ ทั้งนี้เผื่อไม่ให้อ่านแล้วเกิดเบื่อกันซะก่อน...
เรื่องทั้งหมดก็เริ่มมาจากว่า ในปี 1570 เดือน 9 วันที่ 23 ฮอนกันจิ เค็นโน ผู้นำของลัทธิอิคโคชูเกิดอาการอยากเกรียนใส่โอดะ โนบุนากะ ที่กำลังยกทัพข้ามแม่น้ำโยโดกาวะไปต่อกรกับกองทัพอาไซ-อาซาคุระ ที่กบดานอยู่ในภูเขาฮิเอ...ด้วยการสั่งให้ทหารของตนเอาเรือทั้งหมดไปซ่อนเพื่อไม่ให้กองทัพโอดะเดินทางต่อไปไม่ได้ ....แต่ทว่า...
*ฮอนกันจิ เคนโน..ผู้นำลัทธิฮออนกันจิ
เหนือเกรียนย่อมมีเกรียนเทพครับ....ในบันทึกของโนบุนากะได้กล่าวไว้ว่า...เมื่อมีทหารมารายงานเรื่องเรือหายไปจนหมด...ป๋าแกก็เดินควบม้าเที่ยววนดูตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ส่วนลูกน้องก็ได้แต่ยืนงงว่าเค้ากำลังเล่นอะไรอีก....จนกระทั่งป๋าแกอยู่ดีๆก็ควบม้ากระโจนลงไปในน้ำพร้อมทั้งออกคำสั่งกองทัพทั้งหมดว่า ....
"ข้ามตรงนี้"....
แต่เชื่อไหมครับ...ว่าหลังจากนั้นทหารทุกคนก็สามารถเดินข้ามแม่น้ำได้อย่างง่ายดาย การกระทำของป๋าแก ก็เพื่อสำรวจหาเนินตื้นๆใต้แม่น้ำ เพื่อให้กองทหารที่มีทั้งม้าและพลเสบียงสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกโยธิน
หลังจากที่ฝ่ายฮอนกันจิรู้เรื่องนี้เข้า...เค็นโนถึงกับร้องกรี๊ดเลยทีเดียว...
แต่เรื่องพิลึกๆก็ได้เกิดขึ้นหลังจากนั้นครับ...เพราะว่าวันรุ่งขึ้นหลังจากที่กองทัพโอดะได้ข้ามแม่น้ำไปแล้ว จู่ๆปริมาณน้ำในแม่น้ำก็เพิ่มสูงขึ้นทำให้ไม่สามารถข้ามไปได้ ด้วยเหตุนี้เองชาวบ้านแถวนั้นต่างก็พากันเลื่องลือในเรื่องความเหลือเชื่อที่เกิดขึ้นนี้
หลังจากที่เดินทางข้ามแม่น้ำไปแล้ว กองทัพโอดะก็มุ่งหน้าสู่เกียวโต และเคลื่อนทัพจากยามาชินะเข้าสู่ซาคาโมโตะต่อไป...
*แม่น้ำโยโดกาวะที่โอดะ โนบุนากะ ยกทัพข้ามไปได้....ปัจจุบันนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวไปแล้วครับ..
ในเดือน 9 วันที่ 24 ทางด้าน อาซาคุระรู้ข่าวกองทัพโอดะเริ่มเคลื่อนไหวก็เริ่มวิตกกังวล จึงได้สั่งให้กองทัพตรึงกำลังไว้ที่ภูเขาฮิเอหมายจะเกรียนให้ป๋าแกคลั่งตายเล่นๆ แต่คนที่กังวลกว่าคือ อาไซ นากามาสะ ครับ เพราะรายนี้เค้าย่อมรุ้ดีว่า โนบุนากะขึ้นชื่อเรื่องความเทพขนาดไหน...
จนกระทั่งในวันที่ 25 เดือน 9 นั่นเอง กองทัพโอดะก็ได้เข้าล้อมภูเขาฮิเอเอาไว้ และทางป๋าแกก็ได้ประกาศไต่อภูเขาฮิเอไว้ดังนี้ว่า
"หากยอมเป็นพันธมิตร ข้าจะรับรองความปลอดภัยของภูเขาฮิเอ ถ้าหากอ้างว่ากำลังออกบวชจึงไม่สามารถเข้าเป็นมิตรได้ต้องแสดงความจำนงค์ว่าจะไม่ขัดขืน"
* แผนผังของภูเขาฮิเอ และการจัดทัพของแต่ละฝ่าย...
หลายคนอ่านตรงนี้แล้วเข้าใจกันเยอะครับ...ว่าโนบุนากะแสดงอาการออกคำสั่งอย่างเด็ดขาด
แต่ในทางกลับกัน ผมกับเจ้าฟุเอ็นก็ลองคิดกันเล่นๆดูเอาครับ ขอย้ำ อันนี้แค่ความเห็นของผมกับเจ้าฟุเอ็นนะครับ แล้วแต่ท่านผู้อ่านเห็นสมควรว่ายังไงนะครับ...แต่เดิมทีภูเขาฮิเอนั้นเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเทพอารักษ์ของประเทศญี่ปุ่น ต่อให้จะมีเหตุผลยังไงเพราะธรรมเนียมโบราณเห็นเหตุให้ไม่สามารถบุกเข้าไปทำสงครามได้ ไม่ว่าจะกรณีใดๆก็ตาม..แต่..
อันที่จริงแล้วการรบครั้งนี้เป็นหลุมพรางที่วางขึ้นแบบโต้งๆ ทั้งฝ่ายฮอนกันจิ อาไซ และอาซาคุระ อีกทั้งตระกูลไซโต้ เองก็ดันจับมือร่วมกันเพื่อตีขนาบกองทัพโอดะแบบนัดเดียวจอด...
หากปล่อยให้อยู่สภาพนี้นานๆ กองทัพโอดะก็จะเปรียบเสมือนเป้านิ่งโจมตี โดยไม่มีทางขัดขืนอย่างแน่นอน...
(จบการคิดเล่นๆกันเองของผมและเจ้าฟุเอ็น)
อันที่จริง ภูเขาฮิเอเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ก็จริงนะครับ...แต่ว่าคนที่เข้ามาตั้งทัพกบดานกลับไม่ให้เกีนรติสถานที่เอาซะเลย
ก็เล่นเอาสุรา และเอาผู้หญิงมาปรนเปรอกันในวัด แถมพระสงฆ์องค์เจ้าก็ดันอนุญาตอีกต่างหาก.....
คิดว่าไงครับท่านผู้อ่าน?...
วันที่ 20 เดือน 10 กองทัพโอดะก็ยังไม่สามารถสลายวงล้อมของกองทัพอาไซ-อาซาคุระได้อยู่ดี ตาฮอนกันจิ แกเลยเกิดไอเดียเกรียนๆได้อีก โดยให้ทหารคนสนิมเอาทองจำนวนมากไปฟาดหัวพวกตระกูลชั้นสูงในโออุมิใต้และบรรดาสาวกของตน โดยสั่งมาว่า"ให้ตัดทางไปมิโนะซึ่งเป็นฐานบัญชาการของกองทัพโอดะแล้วล้อมให้จนตรอก และโจมตีเสบียงของโนบุนากะเพื่อให้อดตายทั้งกองทัพ"แน่นอนครับ เงินมาไว งานไปไว คนที่กล่าวมาข้างต้นเมื่อโดนทองก้อนโตฟาดหัวก็ได้รีบลุกฮือกันต่อต้านกองทัพโอดะทันที ทำให้เสบียงของทัพโอดะ ร่อยหรอจนไม่พอถึง 1 เดือนเลยทีเดียว
ไม่ว่ายุคสมัยไหน เงินก็ซื้อคนได้ทุกที เฮ้อ.........
แต่ทางกองทัพคิโนชิตะ ของคิโนชิตะ ฮิเดโยชิ (ตอนยังรับใช้โอดะ ฮิเดโยชิยังใช้นามสกุลเดิมครับ) ที่ตั้งค่ายห่างจากภูเขาฮิเอประมาณ 60 กิโล เห็นว่าทัพหลักกำลังย่ำแย่ เลยตัดสินใจยกทัพเข้าไปหนุนกับทัพหลักทันทีแต่ไม่ได้ไปหมดนะ เพราะที่ยกไปมีทหาร 500นายและเหลือทิ้งไว้ที่ปราสาทโยโกฮามะไว้...
ในขณะนั้นกองทัพโอดะอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่สุดๆครับ เพราะเหล่าคนที่โดนทองฟาดหัวได้ลุกฮือขึ้นต่อต้าน(เพราะเงินจ้างมา)ทำให้กองทัพโอดะถูกปิดทางหนีกันเลยทีเดียว
ทางฝ่ายของทัพย่อยของโอดะที่บัญชาการโดยนิวะโกโร่ นากาฮิเดะ ที่ตรึงกำลังที่ปราสาทซาวายามะนั้นมีทหารแค่ไม่ถึง1000 เอง แต่ทัพฮอนกันจิที่ขวางทางเพื่อไม่ให้ไปสมทบกับทัพหลักยกมาถึง 3000 กันเลยทีเดียว (เงินจ้างมา ทำงานดี๊ดีเนอะ)
แต่ขึ้นชื่อว่าทัพโอดะมีหรือที่ว่าจะยอมแพ้ เพราะฝ่ายคิโนชิตะเองก็ได้กุนซืออัจฉะริยะนามว่า ทาเคนากะ ฮันเบย์ ได้คิดแผนการสุดยอดฝ่าดงเกรียนเอาไว้ว่า..
"ตบเกรียนมันทั้ง 2 ด้านเลย" (หมายถึงโจมตีทั้ง 2 ด้านครับ)
(ขอนิดนึง...ทาเคนากะ ฮันเบย์ ชิเงฮารุ ขึ้นชื่อว่าเป็นขงเบ้งแห่งญี่ปุ่น เป็นกุนซือที่ฉลาดมากและชำนาญการตบเกรียนเป็นพิเศษครับ/// จบพื้นที่โฆษณา)
เป้าหมายการตบเกรียนของทัพคิโนชิตะอยู่ที่ปราสาทมิสึคุริยะ กับปราสาทคันนนจิที่ขวางทางอยู่ และมีลักษณะการจัดระบบรักษาความเกรียน เอ้ย!รักษาความปลอดภัยด้วยการตัดต้นไม้ที่อยุ่ตรงพื้นที่ลาดชันออกซะจนมีลักษณะคล้ายภูเขาขนาดย่อมๆด้วยดวามได้เปรียบด้านพื้นที่ ทำให้กองทัพของฮิเดโยชิไม่สามารถฝ่าออกไปได้แต่เชื่อไหมครับว่าแผนการของอันเบย์นั้นล้ำเลิศนัก ฮันเบย์คาดเดาล่วงหน้าไว้แล้วว่าปราสาทมิสึคุริยะมีหินอยู่เยอะมาก สามารถใช้เป็นอาวุธโจมตีระยะไกลได้ จนกระทั่งกองหนุนทางปราสาทคันนนจิยกทัพขึ้นมาจากตีนเขาเพื่อโจมตีด้านหลัง ฮันเบย์จึงสั่งให้ใช้ทรัพยากรให้เป็นประโยชน์เพื่อลดโลกร้อน(ไม่ใช่เฟ้ย!)ด้วยการให้เอาก้อนหินปาหัวพวกทหารกองหนุนของปราสาทคันนนจิซะ แน่นอนครับว่าแผนใช้ก้อนหินลดโลกร้อนของฮันเบย์ได้ผลเกิดคาดทีเดียว
(รู้หรือไม่***หน่วยขว้างหินที่เทพที่สุดของบรรดากองทัพในญี่ปุ่น คือ หน่วยของโอยามาดะ โนบุชิเกะ ของตระกูลทาเคดะ แห่งแคว้นคาอิ สถิติความแม่น ..ทีมชาติยังอาย )
หลังจากที่กองหนุนของคันนนจิสู้ความเกรียนของทัพคิโนชิตะไม่ไหว เลยพากันถอยทัพ ภารกิจตบเกรียนต่อไป คือการบุกขึ้นไปปราบทัพที่อยู่ด้านบน เมื่อขาดทัพหนุน ก็สามารถเอาชนะได้โดยง่ายดาย
จนกระทั่งกองทัพของคิโนชิตะสามารถฝ่าวงเกรียนไปหนุนกับทัพหลักของโนบุนากะได้.....
อันนี้จะเห็นได้ว่า การที่กองทัพคิโนชิตะสามารถฝ่าวงล้อมของปราสาทมิสึคุริยามะ และปราสาทคันนนจิได้ เป็นแผนการที่ล้ำลึกของฮันเบย์ที่สามารถคาดเดาเหตุการณ์และคำนวนความได้เปรียบเสียเปรียบของชัยภูมิไว้อย่างแม่นยำ อีกทั้งกำลังใจของทัพคิโนชิตะนั้นก็ดีเลิศครับ ภารกิจนี้เลยประสบความสำเร็จอย่างงดงามมมม....
แต่เรื่องแย่ๆยังเกิดขึ้นต่อเนื่องครับ หลังจากนั้นตาฮอนกันจิ เค็นโน ได้เอาเงินฟาดหัวพวกพ้องที่ชิโกกุ และปลุกระดมพวกพ้องในนากาชิมะ ให้ตัดเสบียงทัพโอดะที่กิฟุ เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้โนบุนากะต้องเสียน้องชายแท้ๆอีกคนคือ โนบุโอกิ ไปอย่างน่าใจหาย...
จะเห็นได้ว่า ความน่าเกลียดของฮอนกันจิ เค็นโน ที่เอาเงินฟาดหัวชาวบ้านเค้าไปทั่วเพื่อเอาชนะโอดะ และความเกรียนของพระในภูเขาฮิเอที่ให้การสนับสนุนเรื่องผิดศีลธรรมในสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ คุณผู้อ่านได้รับในส่วนนี้ไปแล้วรู้สึกยังไงบ้างครับ?
พระญี่ปุ่นสมัยนั้นเกรียนสุดๆครับ เท่าที่สืบหามา สรุปได้ดังนี้ครับ
1.ฮอนกันจิเป็นลัทธิที่จัดตั้งขึ้นโดยอ้างว่าทำเพื่อประชาชน อันที่จริงเป็นการหลอกลวงประชาชน และใช้เงินกวาดต้อนซื้อคนมาเข้าพวกกับตัวเอง ซ่องสุมกำลังทหารในคราบนักบวชไว้จำนวนมาก แถมยังไม่ยึดถือในศีลธรรมอีกต่างหาก
2.พระในภูเขาฮิเอนั้นต่างพากันรังเกียจโนบุนากะ และดูถูกโนบุนากะว่าเป็นไดเมียวบ้านนอก จึงได้ปฏิเสธการเจรจาของโนบุนากะ แต่กลับไปสนับสนุนอาไซ-อาซาคุระ โดยการให้เข้ามาปักหลักในภูเขาฮิเอ แถมอนุญาตให้ทำเรื่องผิดศีลธรรมได้อีก
เหตุผลนี้อยากให้หลายคนรับรุ้ครับ เพราะนี่เป็นความจริงที่หลายๆคนมองข้ามไปโดยสิ้นเชิง
พระที่ญี่ปุ่นสมัยก่อนมักจะเป็นแบบนี้ส่วนมาก ส่วนน้อยก็มีครับที่ดีๆและไม่เกรียนแบบนี้
อันนี้เป็นส่วนที่แล้วแต่ผูอ่านจะพิจารณาครับ......
ตอนที่ 2 มาดูการตบเกรียนของโนบุนากะกันต่อครับ...แผนการของโนบุนากะจะเป็นเช่นไร...และที่ทุกคนอยากรู้มากที่สุด
"แผนการเผาวัดที่ภูเขาฮิเอ....เป็นแผนการของใครกันแน่?"
ให้เดาเล่นๆครับ 555+
วันนี้ขอจบเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์ดีๆ และคำแนะนำทางเอ็มที่ส่งกันเข้ามานะครับ ผมจะพยายามให้ดีที่สุดครับผม
ป.ล.รับรีเควสครับ ตอนนี้รับเรื่องของทาเคนากะ ฮันเบย์ไว้แล้ว รับรีเควสอีกคนครับ แค่คนเดียวนะครับ และเอาจากคอมเม้นท์แรกๆด้วย
ป.ล.2 ช่วยคอมเม้นท์แสดงความเห็นด้วยครับ เพื่อจะได้เอาส่วนนี้มาแบ่งปันข้อมูลซึ่งกันและกันครับ
ขอบคุณมา ณ ที่นี้ครับ....


