หายบ้าจากอาการโกรธเพื่อน หลังจากโดนทั้ง(อดีต)เพื่อน และคนนอกที่มาขอคอสเกรียนใส่...ตอนนี้หายดีแล้วครับ..แต่ถ้าเจอมัน 2 คนเมื่อไหร่คงต้องแปลงร่างเป็นเจสันไล่สับหัวมันทั้งคู่ -*- ไม่รุ้จะให้มันอยู่ไปทำไม?อยู่ไปก็เปลืองทรัพยากรซะเปล่าๆ (เนื่องจากเกินจะรับสันดานมันทั้งคู่ไหว -*-)
เอ็นทรี่นี้มีเรื่องผู้สาวอีกเหมือนกันครับ บางเรื่องฟังแล้วอาจจะตะขิดตะขวงใจคุณผู้ชายบ้าง แต่ก็อยากให้ยอมรับบ้างในบางส่วนนะครับ เพราะเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องที่ถูกบันทึกในประวัติศาสตร์มีหลักฐานที่ยืนยันแน่ชัดว่าสตรีเองก็มีบทบาทในทางการทหารสมัยก่อนไม่ใช่น้อยๆเลยทีเดียว..ผู้หญิงบางคนเลือกที่จะเป็นแนวหน้า หรือบางคนเลือกที่จะเป็นเบื้องหลัง แต่ที่แน่ๆ วีรกรรมของสาวๆต่อไปนี้อาจจะทำให้คุณมองผู้หญิงในประวัติศาสตร์ในอีกมุมมองหนึ่งก็ได้...
เป็นเรื่องราวเฉพาะของประเทศญี่ปุ่นในช่วงสงครามครับ
(เนื้อหาอาจจะกวนๆบ้าง แต่เพราะไม่อยากให้เบื่อน่ะครับ แฮะๆ)
![]()
![]()
1.โฮโจ มาซาโกะ
![]()
(ผู้นำการต่อต้านจราจลโจคิว)
ถ้าให้ผมเดา หลายคนน่าจะรู้จักเธอดี แต่ไม่ค่อยมีใครรู้ว่าsheเป็นผู้หญิงที่น่ากลัวขนาดไหน?
โฮโจ มาซาโกะ เป็นธิดาของ โฮโจ โทคิมาสะ มาซาโกะนั้นมีส่วนช่วยก่อตั้งรัฐบาลคามาคุระในฐานะที่เป็นภรรยาของมินาโมโตะ โยริโทโมะ หลังจากที่โยริโทโมะสิ้นชีพ เธอก็ได้ออกบวชเป็นแม่ชี
วีรกรรมของเธอได้รับการขนานนามว่าเป็น "โชกุนแม่ชี" เลยทีเดียว
มาซาโกะเห็นว่าอดีตจักรพรรดิโกโทบะ ที่เกียวโต มีพระบัญชาให้ทหารของตนโค่นล้มรัฐบาลคามาคุระ แต่เนื่องจากในสมัยก่อน คนที่มีฐานันดรต่ำต้อยอย่างทหารหรือชาวบ้านธรรมดาย่อมไม่มีสิทธิไปต่อกรกับคนระดับสูงได้(ทำให้นึกถึงอะไรซักอย่างชอบกล?) มาซาโกะจึงได้เรียกชุมนุมกับผู้ร่วมอุดมการณ์ของตนเพื่อหารือเรื่องการกำจัดองค์จักรพรรดิโกโทบะและทหาร ที่วันๆไม่ทำอะไร นอกจากเป่าหูองค์จักรพรรดิให้ทำเรื่องแย่ๆ
มาซาโกะได้กล่าวสุนทรพจน์เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจทหารที่มีอยุ่น้อยนิดของตนไว้ว่า
"นี่จะเป็นครั้งแรก ครั้งเดียว และครั้งสุดท้ายในชีวิตฉัน หลังจากที่ท่านโยริโทโมะก่อตั้งรัฐบาลขึ้นในเขตคันโตแล้วก็ทำให้สภาพความเป็นอยุ่ของทุกคนดีขึ้น การที่ทุกคนไม่ต้องใช้ชีวิตอย่างอดอยากยากแค้นเหมือนในอดีตก็เป็นเพราะท่านโยริโทโมะ ถึงกระนั้นอดีตองค์จักรพรรดิก็ยังหูเบาหลงเชื่อคำยุยงส่งเสริมผิดๆจากเหล่าสมุน จึงคิดจะกำจัดเราให้สิ้นซาก ถ้าหากพวกท่านยังสำนึกในบุญคุณของท่านโยริโทโมะจงมุ่งหน้าไปสู่เกียวโต ณ บัดนี้...แล้วจัดการลูกสมุนชั่วร้ายของอดีตองค์จักรพรรดิซะ"
หลังจากทหารของมาซาโกะได้กำลังใจเต็มที่แล้ว ก็ยกพวกไปเกียวโตโดยทันที และหลังจากนั้นไม่นาน โฮโจ ยาสึโทกะแม่ทัพใหญ่ของรัฐบาลคามาคุระก็ได้ออกเดินทางมาสมทบด้วย
ไม่แค่นั้นครับ พวกทหารอื่นๆในสังกัด และชาวบ้านก็ได้ทยอยรวมตัวกันและตามมาสมทบอีกทีจนทหารมีถึง 1 แสน 9 หมือนคนเลยทีเดียว
(ในจดหมายเหตุบอกไว้ว่า เพราะสุทรพจน์ของมาซาโกะ ทำให้ทุกคนกล้าที่จะลุกขึ้นสู้กับคนที่มีฐานะสูงกว่าตนได้ นับได้ว่าเป็นผู้หญิงที่สามารถโน้มน้าวจิตใจคนได้ดีทีเดียว)
หลังจากนั้นสงครามก็ได้เริ่มต้นขึ้นที่พระราชวังในเกียวโต และฝ่ายอดีตองค์จักพรรดิก็ต้องยอมจำนนอย่างไร้หนทางต่อเหล่าทหารที่ขึ้นตรงกับมาซาโกะ เนื่องจากไม่สามารถต่อกรกับเหล่าทหารที่มีจำนวนมากถึงขนาดนั้นได้
มาซาโกะได้ลงโทษอดีตองค์จักรพรรดิด้วยการจับลอยน้ำเนรเทศไปยังโอกิ ส่วนเหล่าขุนนางที่มีอำนาจคนอื่นๆก็ถูกจับลอยน้ำไปยังซาโดะ หรือไม่ก็โทสะบ้างสลับกันไป
(เน้นๆนะครับ ว่า"ลอยน้ำ"ที่ว่า คือมัดแล้วโยนลงแพลอยน้ำประจานไป จนกว่าจะตาย เป็นวิธีที่โหดใช่น้อยเลยนะนั่น - -")
หลังจากนั้นอำนาจการปกครองของรัฐบาลคามาคุระ ก็ได้มั่นคงขึ้น เพราะการปกครองของโฮโจ มาซาโกะ อีกทั้งมาซาโกะยังคอยสนับสนุนโชกุนในรัฐบาลคามาคุระหลายรุ่นอีกด้วย
จากเรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า โฮโจ มาซาโกะ นอกจากจะเป็นคนที่สามารถโน้มน้าวคนได้เก่งแล้ว ยังเป็นคนที่มีความเด็ดขาดในการปกครองด้วย อีกทั้งเธอเป็นผู้หญิงในยุคนั้นที่ผู้คนทั้งชายหญิงทุกฐานะชนชั้นให้ความเคารพนับถืออย่างสูงอีกด้วย
อันที่จริงเรื่องของมาซาโกะยาวกว่านี้ครับ แต่ผมเอาแค่บทบาทที่โดดเด่นของเธอมาเล่าสู่กันฟังแทน เอาแบบสั้นๆจะได้เข้าใจได้ง่ายขึ้น)
2.เนียวชุนอิน
นี่ก็อีกคนที่น้อยคนจะรู้จักเธอ เธอผู้นี้เป็นภรรยาของฮอนกันจิ เคนโน พระเกรียนแห่งยุค และเป็นน้องเมียของทาเคดะ ชินเง็น แห่งคาอิอีกด้วย
เนียวชุนอินเป็นผู้หญิงที่ฉลาดร้ายเอาเรื่องทีเดียว เธอมีหน้าที่เป็นมันสมองให้แก่สามี และยังคอยปรามสามีเวลาลนลานคิดอะไรไม่ออกด้วย
มีเรื่องเล่าว่า เนียวชุนอินเป็นคนที่ชื่นชอบการทานปลาไหลมากๆ แต่เคนโนนั้นเกลียดการถูกเนื้อต้องตัวปลาไหลเป็นที่สุด ครั้งหนึ่งตอนที่เคนโนกำลังวิตกกังวลเรื่องการเด็ดศรีษะเกรียนเทพ โอดะ โนบุนากะ เนียวชุนอินจึงได้บอกว่าตนอยากกินปลาไหล ชิโมสึมะ ไรเร็น จึงได้อาสาไปจับให้ เคนโนถึงกับออกปากห้ามปรามว่าเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ไม่ต้องไปสนใจ เพราะเรื่องการเป็นอยู่ของแคว้นย่อมสำคัญกว่า
เนียวชุนอิน จึงบอกสามีว่า "คนที่จับปลาไหลไม่ได้ จะเด็ดศรีษะดังโจชู(โนบุนากะ)ได้อย่างนั้นหรือ?"
เนียวชุนอินได้กล่าวไว้ว่า ปลาไหลแม้คิดว่าจะจับได้แล้วก็มักจะลื่นหลุดออกไป มิหนำซ้ำยังมีชีวิตยืนยาวถึง 50 ปีโดยยังไม่กินอะไรก็ยังอยู่ต่อไปได้ ไม่ว่าจะล่อยังไงหรือช่วยกันล้อมจับ ยังไงก็ใช่ว่าจะจับได้ง่ายๆ
การจะจับปลาไหลนั่นแค่จิ้มเบาๆที่หัวติดต่อกัน รอให้ความโกรธเพิ่มขึ้นถึงจุดสูงสุด มันจะไต่ที่จับขึ้นมาเอง
สิ่งที่เนียวชุนอินกำลังจะบอกสามีเธอ คือการยุยงให้ทาเคดะ ชินเง็น ออกทำสงครามกับโอดะ โนบุนากะนั่นเอง โดยการเอาเรื่องเผาวัดที่เกียวโตมาอ้าง บวกกับการตีไข่ใส่สีของเคนโนเข้าไปว่าหากไม่จัดการโนบุนากะในตอนนี้ ป๋าแกก็จะเด็ดหัวไดเมียวทุกคน
การยุยงของเนียวชุนอินได้ผลครับ เพราะชินเง็นที่ตอนนั้นออกบวชไม่ยอมจับอาวุธทำสงครามแม้ว่าโชกุนอาชิคางะขอร้อง ได้รับข้อเสนอและเรื่องร้องทุกข์(ที่เปื้อนไข่และสีเต็มไปหมด)ของ 2 สามีภรรยาโดยทันที
จะเห็นได้ว่า เนียวชุนอินเป็นคนที่รอบคอบ อีกทั้งยังฉลาด แถมมองการณ์ไกล เพียงแต่ผมคงไม่ค่อยชอบความสามารถที่สามารถยุยงคนให้แตกกันแบบนี้ซักเท่าไหร่ แต่ถึงกระนั้น เนียวชุนอินก็เป็นเบื้องหลังของอำนาจของเคนโนที่สามารถยืนหยัดได้ยาวนานเอาเรื่องเลยทีเดียว
บางจดหมายเหตุกล่าวไว้ว่า เนียวชุนอินเป็นคนเสนอแนะแผนการต่างๆให้เคนโน และวางแผนการรบให้เคนโนในบางส่วนอีกด้วย
บ้างก็ว่าเนียวชุนอินเป็นสาวนักเจรจาที่ร้ายกาจ สามารถหว่านล้อมคนได้น่าอย่างน่ากลัว เพราะจุดเด่นของเนียวชุนอิน คือ "การพูดแทงใจดำฝ่ายตรงข้างได้ตรงจุด"
ถึงความสามารถของเธอจะค่อนข้างใช้ในทางที่ผิด แต่มันก็ถูกต้องสำหรับฝ่ายของเธอ เพื่อให้แคว้นอยู่รอดได้ ขอให้รอดโดยไม่เลือกวิธีการสำหรับคนสมัยนั้นย่อมทำได้เป็นเรื่องปรกติ...
แต่ก็ต้องยอมรับจริงๆ ว่าเธอเป็นผู้หญิงอีกคนที่เก่งเอาเรื่องเลยทีเดียว
บางคนอาจจะคิดว่า...ผู้หญิงจะมีบทบาทอะไรมากมายในทางการทหาร?ลองนึกในทางกลับกันบ้างว่า บางเรื่องผู้หญิงก็ละเอียดอ่อน และรอบคอบอย่างไม่น่าเชื่อ เพียงแต่ผู้ชายบางคนไม่สามารถยอมรับความสามารถตรงนั้นได้ก็เท่านั้นเอง อาจจะเป็นเพราะการปลูกฝังของสังคมก็เป็นได้
เหมือนอย่างกรณีของทาจิบานะ กินชิโยะ ที่ยอมเป็นชายเพื่อนรักษาวงศ์ตระกูล ฮัวมู่หลานที่เป็นทหารแทนบิดา เย่อิง เธอเป็นนักคิดและนักประดิษฐ์ที่ฉลาดหาตัวจับยาก คอยทำงานอยู่เบื้องหลังขงเบ้งผู้เป็นสามี ส่วนแซ่ไช่หรือเตียวซีที่คุณผู้ชายคิดว่าเธอเป็นแค่มเหสีของเล่าเสี้ยน ไม่มีบทบาทอะไร เธอเป็นผู้ปั้นขุนพลจ๊กก๊กรุ่นหลัง และถ้าไม่มีเธอ เล่าเสี้ยนจะทำตัวได้แย่กว่านี้หากไม่มีเธอคอยกระตุ้น
มีผู้หญิงอีกมามายหลายคนที่ประวัติศาสตร์ไม่ได้พูดถึงพวกเธอเอาไว้ แต่ความจริงเป็นสิ่งที่สามารถสะท้อนให้เห็นเรื่องราวต่างๆในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยสงครามและการสูญเสียได้เป็นอย่างดี
เรื่องบางเรื่อง...คนที่เพศตรงข้ามกันจะขัดแย้งกันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ความเป็นจริงแล้ว
ชายหญิงเป็นสิ่งมีชีวิตที่ถูกสร้างขึ้นมาให้แตกต่างเพียงแค่ด้านกายภาพ
ท่านชายบางคนมองว่า ผู้หญิงทำอะไรได้?
ผมแนะตัวอย่างง่ายๆ
คนที่คุณเรียกว่า"แม่"ไง
ทำไมเธอถึงสามารถรักษาคุณที่อยู่ในท้องอย่างไรให้อยู่รอดได้ และเลี้ยงคุณให้เติบโตอย่างปลอดภัยและสมบูรณ์อย่างไร?
ตัวอย่าง 2 นางที่ผมนำสนอนี้ แค่แนะตัวอย่างการทำงานของชายหญิงที่ลงตัวกันได้อย่างน่าประหลาด ซึ่งในความเป็นจริงก็มีบางคนเคยทำงานกับเพศตรงข้ามมาแล้วบ้าง บางคนก็บอกว่าดี บางคนก็ว่าไม่ดี
สำหรับผม การทำงานกับเพศตรงข้ามไม่ใช่เรื่องยาก
"ถ้า 2 ฝ่ายเข้าใจกัน และลดทิฐิต่อกันได้ อะไรๆก็จะไปได้สวยเยอะ"
ขอจบเอ็นทรี่นี้ครับ ...ช่วงนี้มีสอบ...มีเรียนซัมเมอร์ด้วย อาจจะวุ่นวายนิดหน่อย แถมยังมีงานที่ติดต่อเข้ามาอีก - -"
ป.ล.อ่านแล้วพิจารณาซักนิดนะครับ ผมแค่นำเสนอเรื่องราวในประวัติศาสตร์ไม่ได้ต้องการล่วงเกินคนทั้ง 2 เพศแต่อย่างใด
ป.ล.มีปัญหาเรื่องการอัพภาพครับ ไว้คราวหลังจะแก้ไขให้แน่นอนครับ- -"


