เอ็นทรี่นี้อาจจะมาแปลกซักนิด เพราะคนอ่านบางท่านอาจจะงงว่านึกยังไงไอ้เจ้าของบล๊อคมันเล่นมาอัพแต่ไก่โห่
อยากจะบอกว่าตอนนี้นอนไม่หลับมาเป็นอาทิตย์แล้วครับ = =" คงเป็นเพราะอากาศมันร้อนมากเกินไปด้วยแหละถึงทำให้เรานอนไม่หลับไปด้วย....(นี่แค่ต้นหน้าร้อนนะเนี้ย ยังทนไม่ได้เลยยย)
วันนี้ผมตื่นมาแต่เช้า(จะเรียกว่ายังไม่ได้นอนจะดีกว่า หลับๆตื่นๆตลอดเวลา)ก็เลยเอาหนังสือสามก๊กมาอ่าน อ่านจบไปเล่มนึงก็เริ่มตาแข็ง....(เวรของกรรม แทนที่จะหลับได้สบาย) สรุปว่าเลยไปเจอตอนๆนึงที่น่าสนใจเข้าให้...
อ่านแล้วมาตีความคิดวิเคราะห์แบบบ้าๆบอๆตามประสาคนที่คิดอะไรแปลกๆ ก็เลยเกิดไอเดีย ซึ่งได้เรื่องมาอัพทันทีทันใด
เรื่องเหตุการณ์ที่ซุนกวนเข้ายึดเมืองอ้วนเซีย แล้วหลังจากนั้นก็บุกต่อไปยังเมืองหับป๋า ซึ่งในตอนนั้นมีเตียวเลี้ยว ลิเตียน และงักจิ้น ประจำการอยู่
ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ทั้งสามพระหน่อนี้มีเรื่องง๊องแง๊งกันตลอด ไม่เคยพูดจาดีๆกันเลยซักนิด แต่ไฉนเพราะหีบใบเดียวที่โจโฉส่งมาทำให้ทั้งสามคนฮึดสู้จนสามารถรักษาเมืองเอาไว้ได้?
โดยส่วนตัวแล้ว ทั้งเตียวเลี้ยว ลิเตียน และงักจิ้น มีความคิดเห็นที่ขัดแย้งกันอยู่เสมอๆ เตียวเลี้ยวเป็นคนไม่ค่อยเปิดใจกับคนอื่นๆ ลิเตียนเป็นคนเถรตรงและหัวรั้น ในขณะที่งักจิ้นเป็นคนยังไงก็ได้ ไม่ค่อยอยากยุ่งกับ 2 คนนี้เท่าไหร่ (อ่านตรงนี้พอเข้าใจความรุ้สึกของงักจิ้นที่ต้องอยู่ท่ามกลางประกายไฟเปรี๊ยะๆเลยแฮะ = =") เตียวเลี้ยวกับลิเตียนต่างคนต่างก็ทิฐิแรงต่อกันทั้งคู่ งักจิ้นเองก็ไม่ค่อยอยากสมาคมกับ 2 คนนี้แต่เดิมทีแล้วก็เลยตีตัวออกห่างเป็นประจำ การทะเลาะกันเป็นกิจวัตรของสามคนนี้เลยไม่ค่อยมีใครในวุ่ยก๊กอยากจะเข้าไปยุ่งซักเท่าไหร่ พูดง่ายๆแบบบ้านๆคือ หลายคนเค้าเริ่มระอาแล้วนั่นเอง ....
จนกระทั่งมาถึงเหตุการณ์ที่เมืองหับป๋า....
ซุนกวนซึ่งจู่ๆก็ฉวยโอกาสตีเมืองแบบสายฟ้าแล่บ เล่นเอาทั้งสามคนนั้นตั้งตัวไม่ทัน สถาการณ์อยู่ในช่วงที่กำลังตึงเครียดแบบสุดๆ แต่ก็ยังไม่วายที่สามพระหน่อของเราก็ยังง๊องแง๊งกันอีกตามเคย ....
เตียวเลี้ยว ลิเตียน และงักจิ้นในตอนนั้นความเห็นไม่ตรงกันเรื่องต่อต้านพวกง่อก๊ก เตียวเลี้ยวบอกว่าจะทำแบบนี้ ลิเตียนก็บอกว่าตัวเองจะทำเอง พอมีงักจิ้นมาอีกคนก็ยิ่งออกนอกลู่นอกทางไปกันใหญ่ กลายเป็นมหกรรมง๊องแง๊งระดับชาติที่ทำเอาเหล่าทหารใต้บังคับบัญชาละเหี่ยใจไปตามๆกัน เพราะความหัวรั้นไม่ยอมอีกฝ่ายและรังแต่จะเอาความคิดของตัวเองเป็นที่ตั้ง...อย่างงี๊จะเอาชนะฝ่ายง่อได้ยังไง?
ในขณะนั้นเอง ลุงโฉ(ท่านโจโฉนั่นแหละครับ)แกทราบเรื่องที่เมืองหับป๋ากำลังอยุ่ในช่วงวิกฤติ ลุงโฉแกเลยสั่งให้ซิแท่นำหีบไม้ใบหนึ่ง พร้อมกับมีข้อความแปะไว้บนหีบว่า
"ถ้าจะมีศึกมากระทำยำยีเมืองหับป๋า แม้จะต้านทานขัดสนประการใด ให้เปิดหนังสืออกมาดูแล้วให้ทำตาม"
(เอาง่ายๆ ก็คือถ้านึกมุขอะไรมาเล่นกับง่อก๊กไม่ออก ก็ให้เปิดออกมาดูนั่นแหละครับ)
พอดีว่าหลังจากทะเลาะกันจนเหนือย(ใจ)เตียวเลี้ยวจนปัญญาที่เถียงไม่ชนะซักทีเลยเปิดหีบที่ลุงโฉแกส่งมา...
ข้างในหีบเป็นหนังสือที่มีข้อความว่า
"ถ้าซุนกวนยกมาตีเมืองหับป๋า ก็ให้เตียวเลี้ยวกับลิเตียนออกไปรักษาการข้างนอก คอยรบกับพวกซุนกวน ส่วนงักจิ้นให้อยู่เฝ้าเมือง"
เตียวเลี้ยวจึงได้บอกกับ2พระหน่อว่าตนเองจะออกไปเกรียนใส่พวกง่อก๊กตามที่ลุงโฉแกบอกอย่างเอาจริงเอาจัง ลิเตียนกับงักงิ้นเห็นท่าทีที่จริงจังของเตียวเลี้ยวก็รู้สึกสะเทือนใจ จึงได้บอกกับเตียวเลี้ยวว่า เมืองนี้เราสามคนรับผิดชอบร่วมกัน ก็ต้องออกไปรบด้วยกัน
เป็นอันว่ามิตรภาพของลูกผู้ชายก็ได้ก่อตัว ณ ที่ตรงนั้นแล (นึกภาพออกเลย)
เตียวเลี้ยวจึงได้เสนอแผนการให้ลิเตียนคุมทหารส่วนหนึ่งออกไปบึ้มสะพานเสียวเกียวทางทิศใต้ของเมือง(เสียวเกียวนะจ๊ะ ไม่ใช่เสียวเกี้ยว เมียของจิวยี่)เพื่อไม่ให้ฝ่ายโน้นข้ามมาได้แล้วดักซ่มโจมตีทหารของซุนกวนอยู่ที่นั่น แล้วเวลาต่อมาตนกับงักจิ้นก็จะออกมาโจมตี ลิเตียนกับงักจิ้นเห็นด้วยจึงได้ทำตามแผนที่เตียวเลี้ยวเสนอ
แผนการครั้งนี้สามารถทำให้เมืองหับป๋าปลอดภัยได้ เพราะงานนี้เล่นเอาซุนกวนกับเล่งทองแทบจะเอาชีวิตไม่รอดเลยทีเดียว...
ศึกครั้งนั้น เล่นเอาทหารกังตั๋งขยาดกับความบ้าพลังของสามพระหน่อ(โดยเฉพาะเตียวเลี้ยว)ไปอยู่พักหนึ่ง ซึ่งหลังจากจบงานนั้น ซุนกวนเลยต้องวางแผนให้รอบคอบกว่านี้เข้าไปอีก
แต่เดิมที ถึงแม้ทั้งสามพระหน่อนี้จะไม่ถูกกันเป็นทุนเดิม แต่เพราะเหตุใดศึกนี้จึงได้เข้ากันดีเป็นฉิ่ง ฉาบ ทัวร์?
ประการแรก....เตียวเลี้ยวเห็นว่าโจโฉบางบอกความนัยอะไรบางอย่างที่แอบซ่อนอยู่ เพราะโจโฉเคยสอนลูกน้องของตนไว้ว่า "เรื่องบางอย่าง แม่ทัพไม่จำเป็นต้องฟังคำสั่งราชาเสมอไป" แต่ให้คิดดัดแปลงตามสถานการณ์ให้เหมาะสม
ประการที่สอง....ลุงโฉแกรู้ดีว่าแต่ละคนถนัดงานประเภทไหน เลยบอกเป็นนัยๆกับเตียวเลี้ยวแบบผิดๆถูกๆเพื่อลองใจคนทั้งสาม ว่าจะแบ่งงานในช่วงเวลานี้ยังไง? เพราะลิเตียนเป็นพวกบ้าพลัง เหมาะกับการลุย เตียวเลี้ยวเป็นคนรอบคอบและใจเย็น ส่วนงักจิ้นเป็นพวกถนัดคุ้มกัน ก็เลยลองเอาสลับดูเพื่อทดสอบสติปัญญาของทั้ง 3 คน
ที่สำคัญที่ลุงโฉแกอยากให้ทำที่สุด คือ ให้ทั้งสามคนจะสามัคคีกันปราบมารกันโลด!!!
เตียวเลี้ยว ลิเตียน และงักจิ้น มีความสามารถกันคนละอย่าง นิสัยคนละอย่าง บางครั้งในการทำงานถ้าเอาคนที่ทำงานสายงานที่ตนไม่ถนัด อาจจะล้มเหลวไม่เป็นท่าได้.... แต่การที่เราเอาข้อดีของแต่ละคนมาเสริมข้อเสียของแต่ละคนให้เหลือน้อยลง การทำงานจะมีอุปสรรคน้อยลง..และสามารถทำให้งานราบรื่นขึ้น
ในตำราพิชัยสงครามเคยมีคำกล่าวเอาไว้ว่า "ก่อนที่เราจะมอบหมายงานให้ใคร เราต้องพิจารณาคนคนนั้นเสียก่อน รุ้ว่าทำอะไรได้บ้าง ทำอะไรไม่ได้บ้าง เมื่อรู้ละเอียดแล้วก็ค่อยมอบหมายงานให้ตรงตามคุณสมบัติของแต่ละคนได้ถูกต้องเหมาะสมกับงาน" ซึ่งแน่นอนว่าลุงโฉแกรู้ดีอยู่แล้ว ลุงแกถึงได้เป็นคนเลือกคนทำงานได้เก่งและมีประสิทธิภาพสุดๆ
แต่สิ่งที่ต้องการคือ "พลังความสามัคคีของสามพระหน่อ"
ในโลกของความเป็นจริง คนเราทุกคนทีอุปนิสัยที่แตกต่างกัน ความคิดต่างกัน ความสามารถก็ต่างกัน การทำงานร่วมกันในบางครั้ง การดึงเอาความสามารถที่แต่ละคนมีอยู่มาใช้ประโยชน์ ย่อมให้เกิดความสำเร็จและงานก็ออกมามีประสิทธิภาพ
แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้ คือความสามัคคี
ลองนึกดูว่า ถ้าเกิดลิเตียนกับงักจิ้นไม่ยอมรับแผนการของเตียวเลี้ยวเรื่องบึ้มสะพาน เรื่องมันคงไปกันใหญ่แหงมๆ....
ความรู้สึกที่เตียวเลี้ยวแสดงความรับผิดชอบออกมาอย่างจริงใจ ทำให้ลิเตียนกับงักจิ้นเกิดความรู้สึกด้านบวกกับเตียวเลี้ยวขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวและยอมทำตามแผนการโดยไม่มีข้อแม้ นี่เป็นเรื่องที่ดีที่มีคนคนนึงออกมาเพื่อแสดงความมีน้ำใจและความรับผิดชอบต่อเพื่อนร่วมงาน
คนบางคนทำงานกับใครไม่ได้ เพราะไม่ยอมรับเหตุผลของอีกฝ่าย
บางคนก็คิดว่าความคิดของตนดีที่สุด
บางคนก็ไม่ขอเลือกอะไรเลยซักอย่าง เพราะเริ่มเบื่อหน่ายกับอีก 2 คนที่ไม่ยอมรามือกัน
แต่สิ่งที่เชื่อมโยงเข้าหาคนสามคนได้อย่างน่าอัศจรรย์คือความสามัคคี...
ความสามัคคีมักก่อให้เกิดพลังอันยิ่งใหญ่ที่ประเมินค่ามิได้เสมอ
ตอนนี้เป็นช่วงเวลายามเช้า ลองนึกภาพตอนคุณออกไปทำงาน ว่าวันนี้คุณจะเริ่มต้นการทำงานกับเพื่อนร่วมงานยังไง?
งานที่ทำเป็นกลุ่ม มันจะออกมาดีที่สุดก็เมื่อทุกคนร่วมมือร่วมใจกัน อันนี้เป็นความรุ้สึกทางจิตใจ แต่มันก็มีคุณค่านะครับ....ดีต่อเรา และเพื่อนร่วมงานด้วย
ทุกวันนี้คนบ้านเราขาดความสามัคคีปรองดองกันค่อนข้างเยอะ ผมว่ามันคงจะดีถ้าเราต่างคนต่างยอมรับข้อดีและข้อเสียของแต่ละฝ่าย และยอมหันหน้าเข้าหากันเพื่อปรับความเข้าใจกัน
เรื่องแบบนี้มันไม่ยากอย่างที่คิดนะครับผมว่า
ใครๆก็ทำได้นะครับ ไม่เชื่อลองดูดิ...
***เตียวเลี้ยว จากเกม Dynasty warriors 5
ป.ล.นอนไม่หลับ เดี๋ยวจะทำความสะอาดต่อล่ะ TwT
ป.ล. 2 ใครที่สงสัยว่าศึกเมืองหับป๋าเป็นยังไง ลองหาสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน)(เล่มสีทองๆ)เนื้อหาจะอยู่ในเล่ม 2 ตอนที่ 55 หน้า 895 หาอ่านดูนะครับ
***การันตี 2 เล่มนี้ครับ ลองหาอ่านดู สนุกดีนะเออ อันนี้ซื้อไว้นานแล้ว
ไม่แน่ใจว่างานสัปดาห์หนังสือนี้จะมีขายอีกหรือเปล่า?
ป.ล.3 ถ้าใครขี้เกียจอ่าน หรือที่บ้านใครเล่น Dynasty warriors 5 ก็ลองเข้าไปเล่นโหมดfree mode แล้วเลือกด่าน Battle of He Fei ก็ด่านที่ซุนกวนขี่ม้ากระโดดข้ามสะพาน+เตียวเลี้ยวโผล่มาตบตีเราสามรอบ ลองเล่นดูเอาก็ได้นะครับ (ผมจำได้เพราะด่านนี้ผมเก็บอาวุธสุดยอดให้เล่งทองเลยนึกขึ้นได้พอดิบพอดี 555+)
***ลองหาเล่นดูนะครับ ถึงจะต้องวางแผน แต่ก็ไม่ยากอย่างที่คิด
ป.ล.4 ใครเล่มเกม Dynasty warriors บ้างขอให้ยกมือขึ้น!!!!(สำเนียงเพลงยอกมือขึ้นของโจอี้บอย)
ป.ล.5 ลืมเรื่องญี่ปุ่นยุคเซ็นโกคุได้ไงเนี้ย!!! =[]= ไม่ได้การ ต้องศึกษาเพิ่มมมมมมมมมม!!!!!


